สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการจูงใจผู้ประกอบการให้ตัดสินใจลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักร  หรืออุปกรณ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานทั้งด้านไฟฟ้าและความร้อน โดยใช้เงินจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เป็นเงินสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอกชนประเภทต่างๆ อาทิเช่น โรงงานอุตสาหกรรม อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า โรงพยาบาล โรงแรม และรีสอร์ท  เป็นต้น  โดยโครงการนี้จะจ่ายเงินสนับสนุนให้กับผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกตามหน่วยพลังงานที่ประหยัดได้ใน 1 ปี และผู้เสนอขอรับเงินสนับสนุนต่อค่าพลังงานที่ประหยัดได้ต่อปีต่ำที่สุดจะมีโอกาสได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนฯ ก่อน

ข้อกำหนดในการขอรับการสนับสนุน

1.เป็นผู้ประกอบการเอกชน ที่ยื่นข้อเสนอซึ่งมีผลประหยัดพลังงาน ดังนี้

ประเภทผู้ประกอบการ

พลังงานที่ประหยัดได้ขั้นต่ำ

ไฟฟ้า
(kWh/ปี/แห่ง)

ความร้อน
(MMBTU/ปี/แห่ง)

โรงงานและอาคารทั่วไป

300,000

400

โรงแรมและรีสอร์ท

 50,000

 

2. ยื่นขอรับเงินสนับสนุนไม่เกินอัตรา ดังนี้ 

ประเภทพลังงาน

อัตราสนับสนุนสูงสุด

ไฟฟ้า

1 บาท / kWh

ความร้อนจากเชื้อเพลิงเหลวและก๊าซ

   75 บาท / MMBTU

ความร้อนจากเชื้อเพลิงแข็ง

   15 บาท / MMBTU

3. การปรับเปลี่ยนเครื่องจักรอุปกรณ์ ที่จะยื่นขอรับการสนับสนุน ต้องไม่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ผ่านโครงการอื่นๆ  เช่น
-     โครงการสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน (Tax Incentive – Performance Based)
-     โครงการขอรับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้จากกรมสรรพากร (Tax Incentive – Cost Based)
-     โครงการเงินหมุนเวียนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน (Soft Loan)
-     โครงการสาธิตเทคโนโลยีเชิงลึกเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน
-     โครงการส่งเสริมการใช้หลอดผอมใหม่เบอร์ 5 (หลอด T5)  
      เป็นต้น

งบประมาณ
         เงินสนับสนุนผู้ประกอบการ รวม 1,037.5 ล้านบาท สำหรับดำเนินงานตามแผนงานปี 2551 – 2552  แยกตามประเภทผู้ประกอบการ ดังนี้
         1. ผู้ประกอบการโรงงานและอาคารทั่วไป วงเงินรวม 1,000 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 2 ปี
         2. ผู้ประกอบการโรงแรมและรีสอร์ท วงเงิน 37.5 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 2 ปี

งบประมาณ
         เงินสนับสนุนผู้ประกอบการ รวม 1,037.5 ล้านบาท สำหรับดำเนินงานตามแผนงานปี 2551 – 2552  แยกตามประเภทผู้ประกอบการ ดังนี้
         1. ผู้ประกอบการโรงงานและอาคารทั่วไป วงเงินรวม 1,000 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 2 ปี
         2. ผู้ประกอบการโรงแรมและรีสอร์ท วงเงิน 37.5 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 2
ปี

ขั้นตอนการดำเนินงาน

  1. ผู้ประกอบการจัดทำข้อเสนอการประหยัดพลังงานเสนอ สนพ. เพื่อขอรับการสนับสนุนตามผลประหยัดที่คาดว่าจะได้ใน 1 ปี
  2. สนพ. พิจารณาข้อเสนอ แล้วนำเสนอคณะทำงานโครงการฯ พิจารณาให้ความเห็นชอบ
  3. จัดลำดับผู้ผ่านการพิจารณาข้อเสนอ ตามค่าเฉลี่ยของเงินสนับสนุนจากต่ำสุดไปสูงสุด และพิจารณาข้อเสนอที่มีค่าเฉลี่ยของเงินสนับสนุนต่ำสุดก่อน จนครบวงเงินที่ได้รับการจัดสรร
  4. สนพ. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาเบื้องต้น
  5. ที่ปรึกษาเพื่อตรวจวัดและพิสูจน์ผลประหยัด เข้าตรวจวัดการใช้พลังงานก่อนการปรับปรุง และหาก สนพ. เห็นชอบ ก็จะแจ้งให้ผู้ที่ผ่านการคัดเลือก มาลงนามในสัญญาขอรับการสนับสนุน ซึ่งจากนี้จะเป็น ผู้ได้รับเงินสนับสนุน
  6. ผู้ได้รับเงินสนับสนุนดำเนินโครงการตามที่ระบุในสัญญา และรายงานให้ สนพ. ทราบเมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้ว เพื่อขอรับเงินสนับสนุนงวดที่ 1
  7. หลังจากที่ผู้ได้รับเงินสนับสนุนทดสอบระบบแล้ว ที่ปรึกษาเพื่อตรวจวัดและพิสูจน์ผลประหยัดจะเข้าตรวจสอบความพร้อมของการเริ่มต้นเดินระบบที่ปรับปรุงแล้ว และหาก สนพ. เห็นชอบ ก็จะได้รับเงินสนับสนุนงวดที่ 2
  8. ที่ปรึกษาเพื่อตรวจวัดและพิสูจน์ผลประหยัด ตรวจวัดการใช้พลังงานขั้นสุดท้าย หาก สนพ. เห็นชอบ ก็จะจ่ายเงินสนับสนุนส่วนที่เหลือ ซึ่งได้จากการนำเงินสนับสนุนรวมที่จะได้รับจริง หักลบด้วยเงินที่จ่ายแล้วในงวดที่ 1 และ 2 ให้กับผู้ได้รับเงินสนับสนุน

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1. ลดปริมาณการใช้พลังงานได้ไม่น้อยกว่า 500 GWh/ปี และลดความต้องการไฟฟ้าได้ 77 MW
2. ลดปริมาณการใช้พลังงานความร้อนไม่น้อยกว่า 1.7 ล้าน MMBTU/ปี เทียบเท่าน้ำมันดิบ 48 ล้านลิตร/ปี
3. ช่วยขยายตลาดอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง ส่งผลให้ต้นทุนของอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงลดลง
4. ช่วยสร้างตลาดและเพิ่มลูกค้าให้กับกลุ่มธุรกิจงานบริการด้านพลังงาน